Showing posts with label สมาธิ. Show all posts
Showing posts with label สมาธิ. Show all posts

Monday, June 29, 2015

หยุดเพื่อรู้

เมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๐๗ มีพระสงฆ์หลายรูป ทั้งฝ่ายปริยัติ และฝ่ายปฏิบัติ ได้เข้ากราบหลวงปู่เพื่อรับโอวาทและรับฟังการแนะแนวทางธรรมะที่จะพากันออกเผยแผ่ธรรมทูตครั้งแรก หลวงปู่แนะวิธีอธิบายธรรมะขั้นปรมัตถ์ ทั้งเพื่อสอนผู้อื่นและเพื่อปฏิบัติตนเองให้เข้าถึงสัจธรรมนั้นด้วย ลงท้ายหลวงปู่ได้กล่าวปรัชญาธรรมไว้ให้คิดด้วยว่า

"คิดเท่าไรๆ ก็ไม่รู้
ต่อเมื่อหยุดคิดได้ จึงรู้
แต่ต้องอาศัยความคิดนั่นแหละ จึงรู้"

ที่มา: หนังสือ "หลวงปู่ฝากไว้"
บันทึกคติธรรมและธรรมเทศนา หลวงปู่ดูลย์ อตุโล
วัดบูรพาราม จ.สุรินทร์

Monday, January 12, 2015

คำบริกรรม - ลมหายใจ

ถาม : การบริกรรมพุทโธกับการดูลมหายใจแบบไหนสามารถไปได้ดีกว่ากันครับ ผมไม่แน่ใจว่าควรปฏิบัติแบบไหนดีกว่า ผมสับสนครับ จิตสงบแค่ตอนแรกๆ
ทั้งสองวิธี

พระอาจารย์ : ก็ได้วิธีไหนก็ได้วิธีใดทำให้จิตสงบก็ได้ทั้งนั้น เพราะว่าการทำจิตให้มันสงบนี้ พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ถึง ๔๐ วิธีด้วยกันที่เรียกว่า กรรมฐาน ๔๐ วิธีสองวิธีนี้อยู่ในกลุ่มของอนุสติ เช่น ดูลมหายใจก็เรียกว่าอานาปานสติ

ถ้าบริกรรม "พุทโธ" ก็เรียกว่าพุทธานุสติ

ถ้าระลึกถึงพระธรรมคำสอน หรือท่องบริกรรม "ธัมโม" ก็เรียกว่า ธัมมานุสติ

สังฆานุสติ ก็ระลึกถึงพระสงฆ์หรือระลึกถึงคำว่า "สังโฆ"

ดังนั้นวิธีไหนก็ได้เป็นอุบายที่จะนำใจให้เข้าสู่ความสงบได้เหมือนกัน เพียงแต่ว่าจริตของคนนี้อาจจะมีความชอบ มีความถนัดในกรรมฐานที่ไม่เหมือนกัน

บางท่านก็ถนัดกับการดูลมหายใจ ก็ดูลมหายใจไป บางท่านถนัดกับการบริกรรมพุทโธ ก็บริกรรมพุทโธไป บางท่านก็ชอบผสมกันเช่น เอาทั้งพุทโธเอาทั้งลมหายใจ เวลาลมหายใจเข้าก็ว่าพุท หายใจออกก็ว่าโธ อันนี้ก็ได้ทั้งนั้นสุดแท้แต่จริต การกระทำแบบไหนไม่สำคัญ สำคัญว่าได้ผลหรือไม่ และจะได้ผลหรือไม่ได้ผลนี่บางครั้งก็ไม่ได้อยู่ที่การใช้แบบใดแบบหนึ่ง การที่ไม่ได้ผลส่วนใหญ่ ก็เพราะว่าไม่มีสตินั่นเอง ไม่ได้อยู่กับการบริกรรมอย่างจริงจัง อยู่กับพุทโธได้สองสามคำแล้วก็ลอยไปคิด เรื่องนั้นเรื่องนี้ อยู่กับลมได้สองสามเฮือกก็หายไปคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้ ถ้าทำอย่างนี้แล้วต่อให้ใช้กรรมฐาน แบบไหนก็จะไม่เกิดผล

จะเกิดผลก็ต่อเมื่อจิตเราจดจ่ออยู่กับงานที่เรากำหนดให้จิตทำ ถ้าให้ดูลมก็ต้องดูลมอย่างเดียว ถ้าบริกรรมพุทโธก็ต้องบริกรรมพุทโธไปอย่างเดียว ไม่ให้คิดเรื่องนั้นเรื่องนี้ ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วจะเข้าสู่ความสงบได้อย่างรวดเร็วง่ายดาย

ที่มา: “ยาของพระพุทธศาสนา”
ธรรมะบนเขา วันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๕๖
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวราราม จ.ชลบุรี

Saturday, December 20, 2014

รู้จากการเรียน กับรู้จากการปฏิบัติ

ศีล สมาธิ ปัญญา วิมุตติ ที่กระผมจำจากตำราและฟังครูสอนนั้น จะตรงกับเนื้อหาตามที่หลวงปู่เข้าใจหรือ

หลวงปู่อธิบายว่า

"ศีล คือ ปกติจิตที่อยู่ปราศจากโทษ เป็นจิตที่มีเกราะกำบังป้องกันการกระทำชั่วทุกอย่าง

สมาธิ ผลสืบเนื่องมาจากการรักษาศีล คือจิตที่มีความมั่นคง มีความสงบเป็นพลัง ที่จะส่งต่อไปอีก

ปัญญา ผู้รู้ คือ จิตที่ว่าง เบาสบาย รู้แจ้งแทงตลอดตามความเป็นจริงอย่างไร

วิมุตติ คือ จิตที่เข้าถึงความว่าง จากความว่าง คือ ละความสบาย เหลือแต่ความไม่มี ไม่เป็น ไม่มีความคิดเหลืออยู่เลย"

ที่มา: หนังสือ "หลวงปู่ฝากไว้"
บันทึกคติธรรมและพระธรรมเทศนา
หลวงปู่ดูลย์ อตุโล วัดบูรพาราม จ.สุรินทร์